ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์
เรื่องเล่ายอดนิยม ทีมฟุตบอลสงขลาในอดีตจาก แฟนคลับ
เกริ่นนำจาก นักฟุตบอลอาวุโสท่านหนึ่งครับ
ฟุตบอลในอดีต จังหวัดสงขลาเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งกีฬาเขต ครั้งที่ 3 (จำไม่ได้)ว่าปีไหน และมีจัดการแข่งที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นยุคที่เทศบาลหาดใหญ่รับเป็นหัวหน้าเขตภายใต้การดูแลของนายเคร่ง สุวรรณวงศ์เป็นต้นมา และวงการกีฬาที่เป็นหน้าเป็นตามของหาดใหญ่มากที่สุดมี 2 ประเภท คือฟุตบอล (อ.ไฉน ,อ.อุทิศ ชมพู่ศรี,พี่ศรี(รถไฟ) ควง เล้กสุทธ์ ที่ปรึกษานายกคลองแห สงบ บุญเลิศ รองนายกอบจ.ปัจจุบันและบาสเก็ตบอล (บรรจง ว่องไวเลิศ) สนามฟุตบอลในอดีต จะมีนักฟุตบอลมากและดัง ต้องสนามบอลรถไฟ (โรบินสัน)นักบอลทุกจะผ่านสังเวียนแห่งนี้เพราะทุกเสาร์ อาทิตย์จะต้องมีการแข่งขันเดิมพันหรือคัดตัวเป็นนักบอล บรรยากาศมีร้าน้ำแข็งรวมมิตร ปัจจุบันขายอยู่ก่อนถึงสี่แยกไทยอาคารข้างซอยโอเล่ ก๋วยจับก็ต้องซอยสงขลาวัฒนา ข้างปัมน้ำมันสาย 1สาวๆเพียบ การคัดตัวเป็นนักบอลจังหวัดจะต้องมีการแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะเป็นตัวแทนเขต 9การแข่งขันตอนนั้นสนามเอ็งเสียง (ป้อม 6)เป็นยุคหลังจากสนามรถไฟถูกใช้งานจนไม่เป็นสนามบอล อีกทั้งสนามกลางก็ใกล้กับเอ็งเสียงทุกคนจึงมารวมตัวกันสนามนี้เป็นส่วนใหญ่ ทีมฟุตบอลที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดในยุคคือ สมาคมนักพากย์ โดยมีนักพากย์หนังชื่อดังให้การสนับสนุนอีกแรง ชื่อว่าน้าสรวง(กรรณิกา-อมรา)ต่อมาสิงทอง ไปแข่งที่ไหนแชมป์ตลอดไม่ว่างานฉลองรัฐจังหวัดตรัง หรือเป็นตัวแทนเขต 9 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงฟาโร (วิบูลย์ แซ่ฉิน)ติดทีมชาติแต่ไม่เอา อุดม เรืองชัยปราการ ประตูมือ1 ที่จังหวัดไหนก็ขอให้ไปร่วมทีม สุภาพ จันทวงศ์ วิโรจน์ ทวีรัตน์ ยอดยิ่ง คัมภีระคุป ทวี โลหะวิจารณ์ (ทีมชาติเยาวชน 17 ปี แต่อายุ20ปี) และมีอีกมากมาย หมดยุคนี้จากหาดใหญ่เริ่มไปดังจังหวัดสงขลา ชนะ มหาศรี สมพงษ์ วัฒนา บุญพบ ประพฤติ วรวุธ สุเมธ จิระพงษ์ ฯลฯมายุคแห่งความตกต่ำ การคัดเลือกเป็นตัวแทนในอดีตจะต้องสมัครทีมเข้าร่วมแข่งขัน ใครชนะเลิศก็เป็นตัวแทน และเรียกตัวมาเสริม ทุกคนให้ความร่วมมือ ไม่ว่ารัตภูมิ11 สมาคมนักพากย์ เทคโนสงขลา ทีมจะนะ นาทวี เกษตรรัตภูมิ ฯลฯ คนเต็มสนามทุกนัดที่สนามกลาง ยกพวกมาเชียร์แถมยังยกพวกตีกัน (ฮูลิแกน)จนเป็นที่มาของการสร้างรั้วเหล็กยกสูงที่ให้เห็นเป็นปัจจุบันยิงกันยังมีสนุกมากแต่ทุกคนก็รักและร่วมมือกัน ความตกต่ำต้องยอมรับที่เกิดขึ้นขาดความร่วมมือและการเอาใจใส่ของผู้ใหญ่ซึ่งเห็นประโยชน์ส่วนตนมากเกินไป นักบอลขาดความจริงใจทุ่มเทเพราะเห็นแก่เงินตราเที่ยวเตร่ กินเหล้า ขาดความรับผิดชอบไม่รักชื่อของจังหวัด วันนี้คงขอเพียงเท่านี้ ดีใจที่เห็นกลุ่มพลังนี้สร้างสรรค์เพราะถึงแม้เราไม่เป็นนักบอลแต่ขอเป็นกองเชียร์ที่ยิ่งใหญ่เพราะนี้คือความรักและห่วงแหนชื่อเสียงของจังหวัด
ตอน 1
ผมได้รู้จักทีมสงขลาเมื่อ35ปีที่แล้วสมัยนั้นใน1ปีจะมีการแข่งขันฟุตบอลที่สำคัญอยู่รายการเดียวคือการแข่งขันเพื่อนำแชมป์ไปเป็นตัวแทนของจังหวัด เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนเขต9 ทีมที่มีชื่อเสียงของจ.มีอยู่3ทีมคือ ว.คสงขลา(วิทยาลัยครู)
สมาคมนักพากษ์ ทีมศูนย์วิจัยการยาง แต่ทีมที่ได้แชมป์มากที่สุดคือทีมว.ค
สมัยนั้นสงขลาเราเป็นเจ้ากีฬาเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะบาสเก็ตบอล(อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลความดังของบรรจง ว่องไวเลิศ)ผูกขาดแชมป์เขต 9 และเมื่อไปแข่งกีฬาเขตก็ติด1ใน 3 ตลอด มีอยู่เพียงฟุตบอลเท่านั้นที่สงขลาสู้พัทลุงกับตรังไม่ได้ตัวแทนเขต 9
ในสมัยนั้นมักจะวนเวียนอยู่ที่ไม่พัทลุงก็ตรังเพียง2จ.สลับกันคนเต็มสนามครั้งแรก (สนามจิระนครรุ่นแรก ฝั่งตะวันตกเป็นอัฒจรรย์ไม้ หลังคามุงด้วยสังกะสี) เป็นการแข่งขันชิงชนะเลิศระหว่างทีมสมาคมนักพากษ์อ.หาดใหญ่ที่มีฟาโลเป็นศูนย์หน้ากับ ว.ค.สงขลาที่มี ทวี โลหะวิจารณ์เป็นเซนเตอร์(หากจำไม่ผิดท่านติดเยาวชนไทยชิงแชมป์เอเซียพร้อมอ.บุญเลิศและเป็นคนใต้เพียง2คนในชุดนั้น ยะลากับปัตตานี)
ทีมสงขลา ตอน2(ผู้จุดประกาย)
สมัยนั้นขณะที่พัทลุงกับตรังคือเจ้า9ส่วนเขต8ภาคใต้ตอนบนนครศรีธรรมราช
ผูกขาดอยู่จ.เดียวส่วนระดับประเทศ มีสโมสรที่ดังดังอยู่5สโมสร เช่น
การท่าเรือ มีนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ดาราชูโรง ราชประชามีประพนธ์ ตันตริยานนท์
ธนาคารกรุงเทพมีชัชชัย พหลแพทย์(หล่อมากเป็นขวัญใจสาวสาว)สราวุธ
ประทีปกรณ์ชัยเป็นประตูรวมถึงทีมชาติด้วย ราชวิถี มีสุรินทร์ เข็มเงิน
จุฑา ติงศพัฒน์ ทหารอากาศมีสุชิน กสิวัฒน์ ส่วนที่อังกฤษที่ดังสมัยนั้น
(ไม่ใช่ทีมโปรดของใครในสมัยนี้)ก็มีลีดด์ ดาร์บี้ แวตแฮม
กลับมาที่บ้านเราจำปีไม่ได้กีฬาเขตจัดที่ลพบุรีจ.พัทลุงได้เป็นตัวแทนเขต9
จ.พัทลุงได้รวมนักเตะของตรังอาทิ ทินพร ทวิชศรี ชัยวัฒน์ สุนทรนนท์(ขณะ
นี้เป็นโค้ชให้สตูล)สงขลาสมพงษ์ วัฒนา ยอดยิ่ง คัมภียคุปย์(ปัจจุบันท่าน
ทำงานอยู่ที่เทศบาลนครหาดใหญ่)ไปแข่งขันด้วยจนได้เหรียญทองครองร่วม
กับนครราชสีมาเขต3และนี่เป็นเหรียญทองครั้งแรกของเขต9ในประเภทฟุตบอล
แต่ที่นอกเหนือจากแชมป์กีฬาเขตก็คือ ชัยวัฒน์กับสมพงษ์ได้รับการติดต่อไปร่วมทีม
ธนาคารกรุงเทพและกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของสโมสรในเวลาต่อมา
ความดังของทั้ง2ท่านได้จุดประกายให้กับเยาวชนรุ่นหลังทั้งของตรังและสงขลา
ให้มาเล่นฟุตบอลมากขึ้น มีผู้รักษาประตูอีก1คนที่เป็นคนสงขลาอยู่ในชุดเหรียญทองกีฬาเขตชื่อ อุดม เรืองไชยปราการ
พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อถึงจุดเริ่มต้นสู่ความเป็นมหาอำนาจลูกหนังภาคใต้ของสงขลา
ฟุตบอลสงขลา ตอน3(จุดเริ่มต้น)
เมื่อสมพงษ์ วัฒนาเป็นกำลังหลักให้กับธนาคารกรุงเทพ ด้วยเล่นที่แข็งแกร่ง
ประกบติดชนิดที่ไม่เคยปล่อยให้ศูนย์หน้าคู่ต่อสู้ได้เล่นอย่างสบาย จนสื่อมวลชน
ให้สมญานามว่าไอ้แรดหิน และได้ติดทีมชาติในเวลาต่อมา สำหรับตำแหน่ง
เซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติในสมัยนั้นตัวเลือกอันดับ1ก็คือ พันเอก อำนาจ เฉลิมชวลิต
(สมญาผู้พันกระดูกเหล็ก)โดยมีมนุษย์ไม้ประพันธ์ เปรมศรีกับแรดหินสมพงษ์ วัฒนา
สลับกันยืนคู่ ในขณะที่สมพงษ์โด่งดังที่กรุงเทพ ในระยะ2-3ปีนั้น ฟุตบอลระดับเยาวชนของสงขลา
ก็เริ่มประสบความสำเร็จโดยเริ่มต้นจากรองชนะเลิศรายการชิงแชมป์ประเทศไทย
แพ้จุดโทษต่อนครสวรรค์ นักเตะชุดนั้นเท่าที่จำชื่อได้ วินิจ สุวรรณนัง ธีรพร คงดี
สมยศ สุวรรณะ ชิดชัย สุวรรณสาม ดึงมาจากสุราษคืออภิชาติ ทวีเฉลิมดิษย์และดาวซัลโว
ของรายการ บุญพบ ประพฤติ (น่าจะมีวิเชษ คงมากด้วย)ขณะที่ทีมนักเรียนไทย
ชุดชิงแชมป์เอเซียมี สุเมธ อัครพงษ์ ปรินทร เอกอุรุ สัมฤทธ์ เสริมสุขเป็นผู้เล่น
ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมไทยได้แชมป์ในครั้งนั้น ส่วนอีกชุดโรงเรียนมหาวชิราวุธ
เป็นตัวแทนเขตการศึกษา3ไปคว้ากีฬานักเรียนแห่งประเทศไทยที่อุดรธานี
โดยมีพงษธร เทียบทอง วงศ์ชนะ วงศ์วาสนา ประศาตร์ ดวงเนตร วิโรจน์ สุวรรณรัตน์
เป็นกำลังสำคัญ (มีตอน4)
ฟุตบอลสงขลา ตอน4(สู่ทีมที่ยิ่งใหญ่)
ปีต่อมาจ.สงขลาได้เป็นตัวแทนของภาคใต้ร่วมกับสตูลและพัทลุง
แข่งยามาฮาไทยแลนด์รอบสุดท้ายที่กรุงเทพ จ.สงขลาโดยอ.วิริ เตชะโต
ซึ่งทำหน้าที่เป็นโค้ชได้รวบรวมเอานักเตะที่ได้เขียนไว้ในตอน3เป็นตัวแทนจ.
โดยขาดนักเตะดังหลายคนเพราะติดโควต้าฟุตบอลถ้วย เช่น บุญพบ วินิจ
(ธ.กรุงเทพ)โกเมท ทองหล่อ สมยศ สุวรรณะ(ราชนาวี)โดยใช้ร.รมหา
เป็นที่เก็บตัวมีคุณประโชติ เอกอุรุและคุณนิกร จำนง เป็นผู้สนับสนุน
ในการแข่งขันรอบสุดท้ายจ.สงขลาผ่านรอบแรกเข้าไปเจอชลบุรีที่ได้ชื่อว่าเป็น
ทีมที่ดีที่สุดแต่สงขลาก็เอาชนะได้2-0ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปเจอเชียงใหม่
แต่ก็แพ้เชียงใหม่ในรอบรองอย่างพลิกล็อค1-2และเชียงใหม่ก็เข้าไปชิงกับสตูลม้ามืด(มีอรรถพร หิรัญสถิตย์ สันติ สุวรรณกิจ วันชัย ด้วยกาแดเป็นตัวหลัก)ซึ่งปีนั้นเชียงใหม่
ก็ได้แชมป์นักฟุตบอลยอดเยี่ยมได้อุดม สุวรรณเลขา(คนยะลาไปเรียนและเล่นให้ชม.)
ถึงแม้จะไม่ได้แชมป์แต่ตัวนักฟุตบอลเกือบทั้งทีมได้ทีมสังกัดในการเล่นฟุตบอลถ้วย ก
เช่น ปรารภ ทองตัน สัมฤทธ์ เสริมสุข วิเชษย์ คงมากธ.กสิกร พงษธร เทียบทอง
ตำรวจ สุชาติ นาวีว่อง ราชนาวี สุเมท อัครพงษ์ ปรินทร เอกอุรุ ธ.กรุงเทพ
อีกคนเล่นแบ็คซ้าย(จำชื่อไม่ได้)เล่นใหโอสถสภา ซึ่งความสำเร็จทั้งสงขลาและสตูล
ในครั้งนั้นทำให้วงการฟุตบอลของทั้ง2จังหวัดรุ่งเรืองสุดสุดกลายเป็น2มหาอำนาจ
ลูกหนังภาคใต้คู่ในเวลาต่อมาส่วนฟุตบอลถ้วยก.ก็จะมีคนสงขลาเล่นให้เกือบทุกทีม
ซึ่งก็ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวสงขลามาจนถึงทุกวันนี้
จำชื่อแบ็คซ้ายที่เล่นโอสถได้แล้ว ชื่อจิรายุทธ์ หมื่นรักษ์
แล้วยังมีอีกคนที่ติดเยาวชน19ปี ชื่อบุญเลื่อน ห้องโสภา
(ตอน5ปรากฎการณ์ใหม่ฟุตบอลภูธร) ฟุตบอลสงขลา ตอน5
ถึงแม้ นักฟุตบอลของสงขลาคนแล้วคนเล่าถูกสโมมรในกรุงเทพดึงตัวไป แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่อย่างอ.วิริ ธีรพร คงดี สมเด็จ เทียรฆโรจน์
สุคนธ์ ช่วงเพ็ชรจินดา ยังเป็นตัวประคองรุ่นน้องที่ถูกดันขึ้นมาเช่นวงศ์ชนะ วงศ์วาสนา
ประศาตร์ ดวงเนตร วรวุธ ศรีมาฆะ ศิริศักดิ์ ขะเดหลี รวมถึงผู้มาใหม่อย่าง นพพร สุทัศน์ณ.อยุธยา(ผ/ชผจกทีมสงขลาขณะนี้)ขณะที่เด็กรุ่นใหม่อย่าง จิรพงษ์ เพชรโชติ
ชัยมงคล ช่วยชูวงศ์ สาธิต เจริญวิริยะภาพ ธงชัย อัครพงษ์ สาธิต เบ็ญโส๊ เดชา สุวรรณรัตน์
สมชาย มุสิกะไชย ก็พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วรอวันทดแทนรุ่นพี่ที่จะต้องถูกดึงไปสู่สโมสรที่
กรุงเทพ ต่อมาเมื่อมีการแข่งขันยามาฮารอบคัดเลือกที่จ.ตรังสงขลาต้องตัดเชือกกับตรัง
เจ้าภาพ มีลูกปัญหาเกิดขึ้นอ.วิริเดินไปในสนามเพื่อสอบถามกรรมการ(หากจำไม่ผิดน่าจะ
เป็นรัศมี จินดามัยหากจำผิดก็ขออภัย)ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่กลางสนาม อ.ถูกลงโทษ
โดยสมาคมฟุตบอล หลังจากนั้นคุณนิกร จำนงก็มารับทำทีมอย่างเต็มตัว เมื่อขาดอ.วิริฟุตบอลระดับเยาวชนของสงขลาก็หายไปด้วย ในขณะที่คุณนิกรก็ใช้นโยบายดึงนักเตะที่ไป
อยู่กรุงเทพกลับมาเล่น ส่วนที่สตูลหลังจากคว้าแชมป์ยามาฮาที่กรุงเทพแถมอรรถพร หิรัญสถิตย์ได้นักเตะยอดเยี่ยมชนะนครสวรรค์ในรอบชิง การตื่นตัวของคนทั้ง2จังหวัด
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สตูลมีระบบทีมที่ยอดเยี่ยมเล่นกันเป็นทีม ส่วนสงขลามีนักเตะชื่อดัง
มากมาย หากมีการแข่งขันครั้งใดไม่ว่าที่สตูลหรือสงขลาคนดู กองเชียร์จะเต็มสนาม
จนสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้คนทั้งประเทศได้กล่าวถึง
ฟุตบอลสงขลา ตอน6(สูงสุดคืนสู่สามัญ)
อย่างที่เล่าไว้ตอนที่5 สงขลาเราหันมาใช้นโยบายอาหารสำเร็จรูป กินได้เลย
ไม่ต้องทำ ฟุตบอลในภาคใต้ที่เปิดโอเพ่นไม่จำกัดผู้เล่นบอลถ้วยกหรือข จาก
สโมสรที่กรุงเทพประสบผลสำเร็จคว้าแชมป์เกือบทุกรายการไม่ว่าจะเป็น
บอลชิงโล่ห์พระราชทาน14จังหวัดภาคใต้ ฟุตบอลหาดใหญ่คัพ หรือรายการอื่น
ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ด้วยผู้เล่นชื่อดังและติดทีมชาติไทยเกือบทั้งทีม จำนวนคนดู
ก็เต็มสนามทุกนัด แต่เมื่อมีได้มันก็ต้องมีเสียสงขลาต้องเสียนักเตะฝีเท้าดีที่อยู่ในจังหวัด
ไปเล่นให้จังหวัดอื่นเยอะเช่นกัน เพราะทีมไม่มีช่องว่างให้เด็กในจังหวัดได้แทรก
ส่วนชุดเยาวชนก็ไม่มี เด็กเหล่านั้นจึงมุ่งหน้าสู่กรุงเทพกันหมด ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
คือฟุตบอลยามาฮาซึ่งมีการจำกัดโควต้าจังหวัดสงขลามักจะตกรอบคัดเลือก
ภาคใต้มากขึ้น และก็ได้เกิดเสือตัวใหม่ของวงการฟุตบอลภาคใต้ขึ้นมาแทนที่
นั่นก็คือ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคุณนิกรได้วางมือจากทีมสงขลาเพราะภาระกิจ
งานการเมืองท่านมีมากขึ้นทีมจ.สงขลาก็คือทีมธรรมดาทีมหนึ่งที่ใครก็เอาชนะได้
เพราะผู้ที่เข้ามารับผิดชอบคนใหม่คือพันเอก สุชาติ จันทรโชติกุลท่านไม่ได้มีงบประมาณ
มากมายเหมือนเช่นคูณนิกร ไม่มีเงินที่จะดึงนักเตะมาจากกรุงเทพ จะหานักเตะ
ภายในจังหวัดเกรดดีก็ไม่มีเพราะนักเตะดีดีเหล่านั้นได้แยกย้ายกันไปเล่นให้จังหวัด
อื่นหมดแล้ว ระดับเยาวชนที่จะดันขึ้นมาเหมือนสมัยอ.วิริก็ไม่มี แต่ท่านก็ทำเท่าที่ทำได้
ด้วยข้อจำกัดทั้งตัวนักเตะและงบประมาณ แต่นั้นไม่ร้ายเท่าฟุตบอลไม่มีคนดู ไม่มี
กองเชียร์ที่หนุนหลังนักเตะ คนสงขลาหันหลังให้กับทีมจังหวัดตัวเองถึงแม้จะเปิดให้ดูฟรี
(น่าจะเกิดจากการที่คนสงขลาได้ดูทีมจ.สงขลาที่มีนักเตะทีมชาติมาเล่นให้เกือบ10ปี
จนฝังใจเมื่อไม่มีนักเตะเหล่านั้นกลับมาเล่นให้ก็เลยไม่ดูอีกอย่างก็คือการถาโถมเข้ามาอย่าง
รุนแรงของฟุตบอลพรีเมียร์ลีคจนเด็กรุ่นใหม่ปฏิเสธฟุตบอลไทยหันไปดูบอลตู้แล้วแทงบอลโยง)
ตอนต่อไปก็จบแล้วความจริงไม่อยากจะเขียนหรอกเพราะกลัวว่าหลายคนจะเข้าใจผิด
ว่าจะชเลียร์ใครบางคน แต่มันต้องเขียนเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา
และหากเขาทำดีมีประโยชน์ต่อสังคมไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะเราจะปฏิเสธความดีเขา
จริงมั้ยครับ โปรดเปิดใจให้กว้างอย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองแล้วสงขลาเราจะรุ่งเรือง
ฟุตบอลสงขลา ตอนจบ(เสียที)
ก่อนที่จะเขียนตอนจบขอคารวะบุคคล3คนซึ่งเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่ของปักษ์ใต้
หากไม่มี3ท่านนี้คงไม่มีเรื่องดีดีมาเล่าสู่กันฟัง ผู้สร้างตำนานฟุตบอลปักษ์ใต้ทั้ง3ท่านคือ
1.อ.เจิม อินทรกุล สุราษฎรธานี
2.อ.สุเทพ ปิ่นทองพันธ์ สตูล
3.อ.วิริ เตชะโต สงขลา
ดังที่ได้เล่าไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วฟุตบอลจ.สงขลาที่อยู่ในช่วงตกต่ำ เมื่อสมาคมฟุตบอล
ได้เริ่มจัดฟุตบอลโปรลีคขึ้นมาโดยพิจารณาจากองค์ประกอบหลายส่วน อาทิเช่น
ประวัติ ผลงาน สนาม จำนวนผู้ชมจ.ภาคใต้ได้สิทธ์คือปัตตานี สตูล สงขลา
สำหรับสุราษฎร์ต้องขออภัยอย่างแรง จำไม่ได้จริงจริงว่าได้ร่วมตั้งแต่แรกหรือไม่
จ.สงขลาประคองตัวอยู่ในโปรลีคไม่กี่ปีก็ตกชั้นจ.ปัตตานีมีปัญหาเรื่องงบประมาณ
จึงจำเป็นต้องถอนทีมออกจากโปรลีค ทีมที่ถูกคัดเลือกเข้ามาแทนปัตตานีคือ จ.ชลบุรี
ซึ่งต่อมาก็กลายเป็น ชลบุรีเอฟซีทีมที่สร้างประวัติศาร์ตฟุตบอลภูธรหน้าใหม่นั่นเอง
หลังจากจมอยู่กับความตกต่ำหลายปีท่านนายกสมาคมกีฬาจ.สงขลาก็เริ่มที่จะสร้าง
ทีมจ.สงขลาขึ้นมาใหม่โดยเริ่มที่เยาวชนเพื่อจะได้เป็นฐานให้ทีมจังหวัด(เหมือนในอดีต
ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ)โดยการเปิดโรงเรียนกีฬาเกาะแต้วขึ้นมามีอ.สัมพันธ์ โยธาทิพย์
เป็นคนปั้น(สัมพันธ์เป็นผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ของสตูลในชุดรุ่งเรือง เคยถูกโค้ช
คาร์ลอสเรียกตัวไปติดทีมชาติไทย)สำหรับทีมจ.ท่านก็ส่งเข้าคัดเลือกสู่ดิวิชั่น2ปีแรก
ตกรอบแรก คัดเลือกรอบสุดท้าย ปีที2ท่านเปลี่ยนวิธีใหม่โดยการใช้โค้ชระดับชาติ
เข้ามาทำทีมคืออ.สมชาติ ยิ้มศิริซึ่งเป็นโค้ชที่ได้ชื่อว่าเน้นระเบียบวินัยมากที่สุดคนหนึ่ง
จนผ่านรอบคัดเลือกภาคใต้เข้าสู่รอบสุดท้ายที่จ.สงขลาเป็นเจ้าภาพโดยได้รองชนะเลิศ
แพ้ลพบุรีในรอบชิงแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเข้าสู่ดิวิชั่น2ร่วมกับลพบุรี
ก่อนการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น2จะเริ่มขึ้นอ.สมชาติเจอฤทธิ์ลูกวัวชนพยศจนต้องลาออกไป
(ความจริงไม่มีอะไรมากระเบียบวินัยของท่านมันขัดกับอุปนิสัยโดยทั่วไปของเด็กใต้)
แต่สงขลาก็ได้โค้ชใหม่ที่ชื่ออ.บุญเลิศ เอี่ยวเจริญชาวปัตตานีมาแทนซึ่งเป็นจุดที่ลงตัว
ที่ดีที่สุดดังคำที่ว่าคนใต้ย่อมรู้ใจคนใต้นำทัพสงขลาสู้ศึกดิวิชั่น2
ฟุตบอลจังหวัดสงขลาที่เล่ามาก็จบลงไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ในนามเดอะเลเกอร์ สงขลาเอฟซี
ภายใต้การนำของคุณนวพล บุญญามณีผู้จัดการทีม อ.บุญเลิศ เอี่ยวเจริญโค้ช ไชยรัตน์
หมัดศิริ(รัตภูมิ)กัปตันทีมพร้อมด้วยลูกทีม(เด็กท้องถิ่น)อีก30คนเป็นตัวแทนของชาวสงขลา
และชาวใต้ในการขึ้นสู่ลีคสูงสุดของประเทศนั่นก็คือ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก โดยมีวัวชน
เป็นตราสโมสร สนามติณกับสนามจิระนครเป็นสนามเหย้ามีพลพรรค สมิหลา อาร์มี่เป็นทัพหนุน
ฟุตบอลสงขลาจบแล้ว แต่สงครามของพวกเรากองทัพสมิหลามันเพิ่งเริ่มต้น

ฟุตบอลในอดีต จังหวัดสงขลาเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งกีฬาเขต ครั้งที่ 3 (จำไม่ได้)ว่าปีไหน และมีจัดการแข่งที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นยุคที่เทศบาลหาดใหญ่รับเป็นหัวหน้าเขตภายใต้การดูแลของนายเคร่ง สุวรรณวงศ์เป็นต้นมา และวงการกีฬาที่เป็นหน้าเป็นตามของหาดใหญ่มากที่สุดมี 2 ประเภท คือฟุตบอล (อ.ไฉน ,อ.อุทิศ ชมพู่ศรี,พี่ศรี(รถไฟ) ควง เล้กสุทธ์ ที่ปรึกษานายกคลองแห สงบ บุญเลิศ รองนายกอบจ.ปัจจุบันและบาสเก็ตบอล (บรรจง ว่องไวเลิศ) สนามฟุตบอลในอดีต จะมีนักฟุตบอลมากและดัง ต้องสนามบอลรถไฟ (โรบินสัน)นักบอลทุกจะผ่านสังเวียนแห่งนี้เพราะทุกเสาร์ อาทิตย์จะต้องมีการแข่งขันเดิมพันหรือคัดตัวเป็นนักบอล บรรยากาศมีร้าน้ำแข็งรวมมิตร ปัจจุบันขายอยู่ก่อนถึงสี่แยกไทยอาคารข้างซอยโอเล่ ก๋วยจับก็ต้องซอยสงขลาวัฒนา ข้างปัมน้ำมันสาย 1สาวๆเพียบ การคัดตัวเป็นนักบอลจังหวัดจะต้องมีการแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะเป็นตัวแทนเขต 9การแข่งขันตอนนั้นสนามเอ็งเสียง (ป้อม 6)เป็นยุคหลังจากสนามรถไฟถูกใช้งานจนไม่เป็นสนามบอล อีกทั้งสนามกลางก็ใกล้กับเอ็งเสียงทุกคนจึงมารวมตัวกันสนามนี้เป็นส่วนใหญ่ ทีมฟุตบอลที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดในยุคคือ สมาคมนักพากย์ โดยมีนักพากย์หนังชื่อดังให้การสนับสนุนอีกแรง ชื่อว่าน้าสรวง(กรรณิกา-อมรา)ต่อมาสิงทอง ไปแข่งที่ไหนแชมป์ตลอดไม่ว่างานฉลองรัฐจังหวัดตรัง หรือเป็นตัวแทนเขต 9 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงฟาโร (วิบูลย์ แซ่ฉิน)ติดทีมชาติแต่ไม่เอา อุดม เรืองชัยปราการ ประตูมือ1 ที่จังหวัดไหนก็ขอให้ไปร่วมทีม สุภาพ จันทวงศ์ วิโรจน์ ทวีรัตน์ ยอดยิ่ง คัมภีระคุป ทวี โลหะวิจารณ์ (ทีมชาติเยาวชน 17 ปี แต่อายุ20ปี) และมีอีกมากมาย หมดยุคนี้จากหาดใหญ่เริ่มไปดังจังหวัดสงขลา ชนะ มหาศรี สมพงษ์ วัฒนา บุญพบ ประพฤติ วรวุธ สุเมธ จิระพงษ์ ฯลฯมายุคแห่งความตกต่ำ การคัดเลือกเป็นตัวแทนในอดีตจะต้องสมัครทีมเข้าร่วมแข่งขัน ใครชนะเลิศก็เป็นตัวแทน และเรียกตัวมาเสริม ทุกคนให้ความร่วมมือ ไม่ว่ารัตภูมิ11 สมาคมนักพากย์ เทคโนสงขลา ทีมจะนะ นาทวี เกษตรรัตภูมิ ฯลฯ คนเต็มสนามทุกนัดที่สนามกลาง ยกพวกมาเชียร์แถมยังยกพวกตีกัน (ฮูลิแกน)จนเป็นที่มาของการสร้างรั้วเหล็กยกสูงที่ให้เห็นเป็นปัจจุบันยิงกันยังมีสนุกมากแต่ทุกคนก็รักและร่วมมือกัน ความตกต่ำต้องยอมรับที่เกิดขึ้นขาดความร่วมมือและการเอาใจใส่ของผู้ใหญ่ซึ่งเห็นประโยชน์ส่วนตนมากเกินไป นักบอลขาดความจริงใจทุ่มเทเพราะเห็นแก่เงินตราเที่ยวเตร่ กินเหล้า ขาดความรับผิดชอบไม่รักชื่อของจังหวัด วันนี้คงขอเพียงเท่านี้ ดีใจที่เห็นกลุ่มพลังนี้สร้างสรรค์เพราะถึงแม้เราไม่เป็นนักบอลแต่ขอเป็นกองเชียร์ที่ยิ่งใหญ่เพราะนี้คือความรักและห่วงแหนชื่อเสียงของจังหวัด
ตอน 1
ผมได้รู้จักทีมสงขลาเมื่อ35ปีที่แล้วสมัยนั้นใน1ปีจะมีการแข่งขันฟุตบอลที่สำคัญอยู่รายการเดียวคือการแข่งขันเพื่อนำแชมป์ไปเป็นตัวแทนของจังหวัด เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนเขต9 ทีมที่มีชื่อเสียงของจ.มีอยู่3ทีมคือ ว.คสงขลา(วิทยาลัยครู)สมาคมนักพากษ์ ทีมศูนย์วิจัยการยาง แต่ทีมที่ได้แชมป์มากที่สุดคือทีมว.ค
สมัยนั้นสงขลาเราเป็นเจ้ากีฬาเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะบาสเก็ตบอล(อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลความดังของบรรจง ว่องไวเลิศ)ผูกขาดแชมป์เขต 9 และเมื่อไปแข่งกีฬาเขตก็ติด1ใน 3 ตลอด มีอยู่เพียงฟุตบอลเท่านั้นที่สงขลาสู้พัทลุงกับตรังไม่ได้ตัวแทนเขต 9
ในสมัยนั้นมักจะวนเวียนอยู่ที่ไม่พัทลุงก็ตรังเพียง2จ.สลับกันคนเต็มสนามครั้งแรก (สนามจิระนครรุ่นแรก ฝั่งตะวันตกเป็นอัฒจรรย์ไม้ หลังคามุงด้วยสังกะสี) เป็นการแข่งขันชิงชนะเลิศระหว่างทีมสมาคมนักพากษ์อ.หาดใหญ่ที่มีฟาโลเป็นศูนย์หน้ากับ ว.ค.สงขลาที่มี ทวี โลหะวิจารณ์เป็นเซนเตอร์(หากจำไม่ผิดท่านติดเยาวชนไทยชิงแชมป์เอเซียพร้อมอ.บุญเลิศและเป็นคนใต้เพียง2คนในชุดนั้น ยะลากับปัตตานี)
ทีมสงขลา ตอน2(ผู้จุดประกาย)
สมัยนั้นขณะที่พัทลุงกับตรังคือเจ้า9ส่วนเขต8ภาคใต้ตอนบนนครศรีธรรมราชผูกขาดอยู่จ.เดียวส่วนระดับประเทศ มีสโมสรที่ดังดังอยู่5สโมสร เช่น
การท่าเรือ มีนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ดาราชูโรง ราชประชามีประพนธ์ ตันตริยานนท์
ธนาคารกรุงเทพมีชัชชัย พหลแพทย์(หล่อมากเป็นขวัญใจสาวสาว)สราวุธ
ประทีปกรณ์ชัยเป็นประตูรวมถึงทีมชาติด้วย ราชวิถี มีสุรินทร์ เข็มเงิน
จุฑา ติงศพัฒน์ ทหารอากาศมีสุชิน กสิวัฒน์ ส่วนที่อังกฤษที่ดังสมัยนั้น
(ไม่ใช่ทีมโปรดของใครในสมัยนี้)ก็มีลีดด์ ดาร์บี้ แวตแฮม
กลับมาที่บ้านเราจำปีไม่ได้กีฬาเขตจัดที่ลพบุรีจ.พัทลุงได้เป็นตัวแทนเขต9
จ.พัทลุงได้รวมนักเตะของตรังอาทิ ทินพร ทวิชศรี ชัยวัฒน์ สุนทรนนท์(ขณะ
นี้เป็นโค้ชให้สตูล)สงขลาสมพงษ์ วัฒนา ยอดยิ่ง คัมภียคุปย์(ปัจจุบันท่าน
ทำงานอยู่ที่เทศบาลนครหาดใหญ่)ไปแข่งขันด้วยจนได้เหรียญทองครองร่วม
กับนครราชสีมาเขต3และนี่เป็นเหรียญทองครั้งแรกของเขต9ในประเภทฟุตบอล
แต่ที่นอกเหนือจากแชมป์กีฬาเขตก็คือ ชัยวัฒน์กับสมพงษ์ได้รับการติดต่อไปร่วมทีม
ธนาคารกรุงเทพและกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของสโมสรในเวลาต่อมา
ความดังของทั้ง2ท่านได้จุดประกายให้กับเยาวชนรุ่นหลังทั้งของตรังและสงขลา
ให้มาเล่นฟุตบอลมากขึ้น มีผู้รักษาประตูอีก1คนที่เป็นคนสงขลาอยู่ในชุดเหรียญทองกีฬาเขตชื่อ อุดม เรืองไชยปราการ
พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อถึงจุดเริ่มต้นสู่ความเป็นมหาอำนาจลูกหนังภาคใต้ของสงขลา
ฟุตบอลสงขลา ตอน3(จุดเริ่มต้น)
เมื่อสมพงษ์ วัฒนาเป็นกำลังหลักให้กับธนาคารกรุงเทพ ด้วยเล่นที่แข็งแกร่งประกบติดชนิดที่ไม่เคยปล่อยให้ศูนย์หน้าคู่ต่อสู้ได้เล่นอย่างสบาย จนสื่อมวลชน
ให้สมญานามว่าไอ้แรดหิน และได้ติดทีมชาติในเวลาต่อมา สำหรับตำแหน่ง
เซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติในสมัยนั้นตัวเลือกอันดับ1ก็คือ พันเอก อำนาจ เฉลิมชวลิต
(สมญาผู้พันกระดูกเหล็ก)โดยมีมนุษย์ไม้ประพันธ์ เปรมศรีกับแรดหินสมพงษ์ วัฒนา
สลับกันยืนคู่ ในขณะที่สมพงษ์โด่งดังที่กรุงเทพ ในระยะ2-3ปีนั้น ฟุตบอลระดับเยาวชนของสงขลา
ก็เริ่มประสบความสำเร็จโดยเริ่มต้นจากรองชนะเลิศรายการชิงแชมป์ประเทศไทย
แพ้จุดโทษต่อนครสวรรค์ นักเตะชุดนั้นเท่าที่จำชื่อได้ วินิจ สุวรรณนัง ธีรพร คงดี
สมยศ สุวรรณะ ชิดชัย สุวรรณสาม ดึงมาจากสุราษคืออภิชาติ ทวีเฉลิมดิษย์และดาวซัลโว
ของรายการ บุญพบ ประพฤติ (น่าจะมีวิเชษ คงมากด้วย)ขณะที่ทีมนักเรียนไทย
ชุดชิงแชมป์เอเซียมี สุเมธ อัครพงษ์ ปรินทร เอกอุรุ สัมฤทธ์ เสริมสุขเป็นผู้เล่น
ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมไทยได้แชมป์ในครั้งนั้น ส่วนอีกชุดโรงเรียนมหาวชิราวุธ
เป็นตัวแทนเขตการศึกษา3ไปคว้ากีฬานักเรียนแห่งประเทศไทยที่อุดรธานี
โดยมีพงษธร เทียบทอง วงศ์ชนะ วงศ์วาสนา ประศาตร์ ดวงเนตร วิโรจน์ สุวรรณรัตน์
เป็นกำลังสำคัญ (มีตอน4)
ฟุตบอลสงขลา ตอน4(สู่ทีมที่ยิ่งใหญ่)
ปีต่อมาจ.สงขลาได้เป็นตัวแทนของภาคใต้ร่วมกับสตูลและพัทลุงแข่งยามาฮาไทยแลนด์รอบสุดท้ายที่กรุงเทพ จ.สงขลาโดยอ.วิริ เตชะโต
ซึ่งทำหน้าที่เป็นโค้ชได้รวบรวมเอานักเตะที่ได้เขียนไว้ในตอน3เป็นตัวแทนจ.
โดยขาดนักเตะดังหลายคนเพราะติดโควต้าฟุตบอลถ้วย เช่น บุญพบ วินิจ
(ธ.กรุงเทพ)โกเมท ทองหล่อ สมยศ สุวรรณะ(ราชนาวี)โดยใช้ร.รมหา
เป็นที่เก็บตัวมีคุณประโชติ เอกอุรุและคุณนิกร จำนง เป็นผู้สนับสนุน
ในการแข่งขันรอบสุดท้ายจ.สงขลาผ่านรอบแรกเข้าไปเจอชลบุรีที่ได้ชื่อว่าเป็น
ทีมที่ดีที่สุดแต่สงขลาก็เอาชนะได้2-0ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปเจอเชียงใหม่
แต่ก็แพ้เชียงใหม่ในรอบรองอย่างพลิกล็อค1-2และเชียงใหม่ก็เข้าไปชิงกับสตูลม้ามืด(มีอรรถพร หิรัญสถิตย์ สันติ สุวรรณกิจ วันชัย ด้วยกาแดเป็นตัวหลัก)ซึ่งปีนั้นเชียงใหม่
ก็ได้แชมป์นักฟุตบอลยอดเยี่ยมได้อุดม สุวรรณเลขา(คนยะลาไปเรียนและเล่นให้ชม.)
ถึงแม้จะไม่ได้แชมป์แต่ตัวนักฟุตบอลเกือบทั้งทีมได้ทีมสังกัดในการเล่นฟุตบอลถ้วย ก
เช่น ปรารภ ทองตัน สัมฤทธ์ เสริมสุข วิเชษย์ คงมากธ.กสิกร พงษธร เทียบทอง
ตำรวจ สุชาติ นาวีว่อง ราชนาวี สุเมท อัครพงษ์ ปรินทร เอกอุรุ ธ.กรุงเทพ
อีกคนเล่นแบ็คซ้าย(จำชื่อไม่ได้)เล่นใหโอสถสภา ซึ่งความสำเร็จทั้งสงขลาและสตูล
ในครั้งนั้นทำให้วงการฟุตบอลของทั้ง2จังหวัดรุ่งเรืองสุดสุดกลายเป็น2มหาอำนาจ
ลูกหนังภาคใต้คู่ในเวลาต่อมาส่วนฟุตบอลถ้วยก.ก็จะมีคนสงขลาเล่นให้เกือบทุกทีม
ซึ่งก็ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวสงขลามาจนถึงทุกวันนี้
จำชื่อแบ็คซ้ายที่เล่นโอสถได้แล้ว ชื่อจิรายุทธ์ หมื่นรักษ์
แล้วยังมีอีกคนที่ติดเยาวชน19ปี ชื่อบุญเลื่อน ห้องโสภา
(ตอน5ปรากฎการณ์ใหม่ฟุตบอลภูธร) ฟุตบอลสงขลา ตอน5
ถึงแม้ นักฟุตบอลของสงขลาคนแล้วคนเล่าถูกสโมมรในกรุงเทพดึงตัวไป แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่อย่างอ.วิริ ธีรพร คงดี สมเด็จ เทียรฆโรจน์สุคนธ์ ช่วงเพ็ชรจินดา ยังเป็นตัวประคองรุ่นน้องที่ถูกดันขึ้นมาเช่นวงศ์ชนะ วงศ์วาสนา
ประศาตร์ ดวงเนตร วรวุธ ศรีมาฆะ ศิริศักดิ์ ขะเดหลี รวมถึงผู้มาใหม่อย่าง นพพร สุทัศน์ณ.อยุธยา(ผ/ชผจกทีมสงขลาขณะนี้)ขณะที่เด็กรุ่นใหม่อย่าง จิรพงษ์ เพชรโชติ
ชัยมงคล ช่วยชูวงศ์ สาธิต เจริญวิริยะภาพ ธงชัย อัครพงษ์ สาธิต เบ็ญโส๊ เดชา สุวรรณรัตน์
สมชาย มุสิกะไชย ก็พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วรอวันทดแทนรุ่นพี่ที่จะต้องถูกดึงไปสู่สโมสรที่
กรุงเทพ ต่อมาเมื่อมีการแข่งขันยามาฮารอบคัดเลือกที่จ.ตรังสงขลาต้องตัดเชือกกับตรัง
เจ้าภาพ มีลูกปัญหาเกิดขึ้นอ.วิริเดินไปในสนามเพื่อสอบถามกรรมการ(หากจำไม่ผิดน่าจะ
เป็นรัศมี จินดามัยหากจำผิดก็ขออภัย)ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่กลางสนาม อ.ถูกลงโทษ
โดยสมาคมฟุตบอล หลังจากนั้นคุณนิกร จำนงก็มารับทำทีมอย่างเต็มตัว เมื่อขาดอ.วิริฟุตบอลระดับเยาวชนของสงขลาก็หายไปด้วย ในขณะที่คุณนิกรก็ใช้นโยบายดึงนักเตะที่ไป
อยู่กรุงเทพกลับมาเล่น ส่วนที่สตูลหลังจากคว้าแชมป์ยามาฮาที่กรุงเทพแถมอรรถพร หิรัญสถิตย์ได้นักเตะยอดเยี่ยมชนะนครสวรรค์ในรอบชิง การตื่นตัวของคนทั้ง2จังหวัด
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สตูลมีระบบทีมที่ยอดเยี่ยมเล่นกันเป็นทีม ส่วนสงขลามีนักเตะชื่อดัง
มากมาย หากมีการแข่งขันครั้งใดไม่ว่าที่สตูลหรือสงขลาคนดู กองเชียร์จะเต็มสนาม
จนสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้คนทั้งประเทศได้กล่าวถึง
ฟุตบอลสงขลา ตอน6(สูงสุดคืนสู่สามัญ)
อย่างที่เล่าไว้ตอนที่5 สงขลาเราหันมาใช้นโยบายอาหารสำเร็จรูป กินได้เลย
ไม่ต้องทำ ฟุตบอลในภาคใต้ที่เปิดโอเพ่นไม่จำกัดผู้เล่นบอลถ้วยกหรือข จาก
สโมสรที่กรุงเทพประสบผลสำเร็จคว้าแชมป์เกือบทุกรายการไม่ว่าจะเป็น
บอลชิงโล่ห์พระราชทาน14จังหวัดภาคใต้ ฟุตบอลหาดใหญ่คัพ หรือรายการอื่น
ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ด้วยผู้เล่นชื่อดังและติดทีมชาติไทยเกือบทั้งทีม จำนวนคนดู
ก็เต็มสนามทุกนัด แต่เมื่อมีได้มันก็ต้องมีเสียสงขลาต้องเสียนักเตะฝีเท้าดีที่อยู่ในจังหวัด
ไปเล่นให้จังหวัดอื่นเยอะเช่นกัน เพราะทีมไม่มีช่องว่างให้เด็กในจังหวัดได้แทรก
ส่วนชุดเยาวชนก็ไม่มี เด็กเหล่านั้นจึงมุ่งหน้าสู่กรุงเทพกันหมด ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
คือฟุตบอลยามาฮาซึ่งมีการจำกัดโควต้าจังหวัดสงขลามักจะตกรอบคัดเลือก
ภาคใต้มากขึ้น และก็ได้เกิดเสือตัวใหม่ของวงการฟุตบอลภาคใต้ขึ้นมาแทนที่
นั่นก็คือ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคุณนิกรได้วางมือจากทีมสงขลาเพราะภาระกิจ
งานการเมืองท่านมีมากขึ้นทีมจ.สงขลาก็คือทีมธรรมดาทีมหนึ่งที่ใครก็เอาชนะได้
เพราะผู้ที่เข้ามารับผิดชอบคนใหม่คือพันเอก สุชาติ จันทรโชติกุลท่านไม่ได้มีงบประมาณ
มากมายเหมือนเช่นคูณนิกร ไม่มีเงินที่จะดึงนักเตะมาจากกรุงเทพ จะหานักเตะ
ภายในจังหวัดเกรดดีก็ไม่มีเพราะนักเตะดีดีเหล่านั้นได้แยกย้ายกันไปเล่นให้จังหวัด
อื่นหมดแล้ว ระดับเยาวชนที่จะดันขึ้นมาเหมือนสมัยอ.วิริก็ไม่มี แต่ท่านก็ทำเท่าที่ทำได้
ด้วยข้อจำกัดทั้งตัวนักเตะและงบประมาณ แต่นั้นไม่ร้ายเท่าฟุตบอลไม่มีคนดู ไม่มี
กองเชียร์ที่หนุนหลังนักเตะ คนสงขลาหันหลังให้กับทีมจังหวัดตัวเองถึงแม้จะเปิดให้ดูฟรี
(น่าจะเกิดจากการที่คนสงขลาได้ดูทีมจ.สงขลาที่มีนักเตะทีมชาติมาเล่นให้เกือบ10ปี
จนฝังใจเมื่อไม่มีนักเตะเหล่านั้นกลับมาเล่นให้ก็เลยไม่ดูอีกอย่างก็คือการถาโถมเข้ามาอย่าง
รุนแรงของฟุตบอลพรีเมียร์ลีคจนเด็กรุ่นใหม่ปฏิเสธฟุตบอลไทยหันไปดูบอลตู้แล้วแทงบอลโยง)
ตอนต่อไปก็จบแล้วความจริงไม่อยากจะเขียนหรอกเพราะกลัวว่าหลายคนจะเข้าใจผิด
ว่าจะชเลียร์ใครบางคน แต่มันต้องเขียนเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา
และหากเขาทำดีมีประโยชน์ต่อสังคมไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะเราจะปฏิเสธความดีเขา
จริงมั้ยครับ โปรดเปิดใจให้กว้างอย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองแล้วสงขลาเราจะรุ่งเรือง
ฟุตบอลสงขลา ตอนจบ(เสียที)
ก่อนที่จะเขียนตอนจบขอคารวะบุคคล3คนซึ่งเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่ของปักษ์ใต้หากไม่มี3ท่านนี้คงไม่มีเรื่องดีดีมาเล่าสู่กันฟัง ผู้สร้างตำนานฟุตบอลปักษ์ใต้ทั้ง3ท่านคือ
1.อ.เจิม อินทรกุล สุราษฎรธานี
2.อ.สุเทพ ปิ่นทองพันธ์ สตูล
3.อ.วิริ เตชะโต สงขลา
ดังที่ได้เล่าไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วฟุตบอลจ.สงขลาที่อยู่ในช่วงตกต่ำ เมื่อสมาคมฟุตบอล
ได้เริ่มจัดฟุตบอลโปรลีคขึ้นมาโดยพิจารณาจากองค์ประกอบหลายส่วน อาทิเช่น
ประวัติ ผลงาน สนาม จำนวนผู้ชมจ.ภาคใต้ได้สิทธ์คือปัตตานี สตูล สงขลา
สำหรับสุราษฎร์ต้องขออภัยอย่างแรง จำไม่ได้จริงจริงว่าได้ร่วมตั้งแต่แรกหรือไม่
จ.สงขลาประคองตัวอยู่ในโปรลีคไม่กี่ปีก็ตกชั้นจ.ปัตตานีมีปัญหาเรื่องงบประมาณ
จึงจำเป็นต้องถอนทีมออกจากโปรลีค ทีมที่ถูกคัดเลือกเข้ามาแทนปัตตานีคือ จ.ชลบุรี
ซึ่งต่อมาก็กลายเป็น ชลบุรีเอฟซีทีมที่สร้างประวัติศาร์ตฟุตบอลภูธรหน้าใหม่นั่นเอง
หลังจากจมอยู่กับความตกต่ำหลายปีท่านนายกสมาคมกีฬาจ.สงขลาก็เริ่มที่จะสร้าง
ทีมจ.สงขลาขึ้นมาใหม่โดยเริ่มที่เยาวชนเพื่อจะได้เป็นฐานให้ทีมจังหวัด(เหมือนในอดีต
ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ)โดยการเปิดโรงเรียนกีฬาเกาะแต้วขึ้นมามีอ.สัมพันธ์ โยธาทิพย์
เป็นคนปั้น(สัมพันธ์เป็นผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ของสตูลในชุดรุ่งเรือง เคยถูกโค้ช
คาร์ลอสเรียกตัวไปติดทีมชาติไทย)สำหรับทีมจ.ท่านก็ส่งเข้าคัดเลือกสู่ดิวิชั่น2ปีแรก
ตกรอบแรก คัดเลือกรอบสุดท้าย ปีที2ท่านเปลี่ยนวิธีใหม่โดยการใช้โค้ชระดับชาติ
เข้ามาทำทีมคืออ.สมชาติ ยิ้มศิริซึ่งเป็นโค้ชที่ได้ชื่อว่าเน้นระเบียบวินัยมากที่สุดคนหนึ่ง
จนผ่านรอบคัดเลือกภาคใต้เข้าสู่รอบสุดท้ายที่จ.สงขลาเป็นเจ้าภาพโดยได้รองชนะเลิศ
แพ้ลพบุรีในรอบชิงแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเข้าสู่ดิวิชั่น2ร่วมกับลพบุรี
ก่อนการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น2จะเริ่มขึ้นอ.สมชาติเจอฤทธิ์ลูกวัวชนพยศจนต้องลาออกไป
(ความจริงไม่มีอะไรมากระเบียบวินัยของท่านมันขัดกับอุปนิสัยโดยทั่วไปของเด็กใต้)
แต่สงขลาก็ได้โค้ชใหม่ที่ชื่ออ.บุญเลิศ เอี่ยวเจริญชาวปัตตานีมาแทนซึ่งเป็นจุดที่ลงตัว
ที่ดีที่สุดดังคำที่ว่าคนใต้ย่อมรู้ใจคนใต้นำทัพสงขลาสู้ศึกดิวิชั่น2
ฟุตบอลจังหวัดสงขลาที่เล่ามาก็จบลงไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ในนามเดอะเลเกอร์ สงขลาเอฟซี
ภายใต้การนำของคุณนวพล บุญญามณีผู้จัดการทีม อ.บุญเลิศ เอี่ยวเจริญโค้ช ไชยรัตน์
หมัดศิริ(รัตภูมิ)กัปตันทีมพร้อมด้วยลูกทีม(เด็กท้องถิ่น)อีก30คนเป็นตัวแทนของชาวสงขลา
และชาวใต้ในการขึ้นสู่ลีคสูงสุดของประเทศนั่นก็คือ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก โดยมีวัวชน
เป็นตราสโมสร สนามติณกับสนามจิระนครเป็นสนามเหย้ามีพลพรรค สมิหลา อาร์มี่เป็นทัพหนุน
ฟุตบอลสงขลาจบแล้ว แต่สงครามของพวกเรากองทัพสมิหลามันเพิ่งเริ่มต้น
Comment #1
songkhlafc18Comment #2
นายยิ้มแฉ่งComment #3
นักบอลอาวุโสComment #4
Fanclub1Comment #5
บังเทศComment #6
Fanclub10Comment #7
Fanclub10Comment #8
Fanclub10Comment #9
Trekker.com [Thaiware Network MOD]Comment #10
ต๋องเชียร์ไทยComment #11
danial
















แจ้งลบหัวข้อ




